ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือ อาการหัวใจวาย เกิดจากมีการอุดตันที่หลอดเลือดหัวใจอย่างเฉียบพลันและขัดขวางการไหลของเลือดจนทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงหัวใจได้ เมื่อหัวใจขาดเลือด ผลที่ตามมาก็คือกล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลาย

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน อาการที่จะทำให้ตายไม่รู้ตัว

สาเหตุการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

ภาวะที่เส้นเลือดหัวใจเกิดการอุดตันเฉียบพลัน โดยมากกว่าร้อยละ 90 ของภาวะดังกล่าวเกิดจากผนังหลอดเลือดตีบ ในคนทั่วไปอาจมีการตีบของผนังหลอดเลือดขณะที่ออกแรง แต่ในกลุ่มของผู้ป่วยหัวใจวายเฉียบพลันมักตีบ เพราะมีการอุดตันของก้อนไขมันหรือตะกรัน แรกเริ่มผนังหลอดเลือดอาจตีบเพียงร้อยละ 30-40 แต่เมื่อก้อนไขมันที่เกาะภายในผนังหลอดเลือดแตก จะกระตุ้นให้เกล็ดเลือดมาเกาะที่แผลอย่างรวดเร็ว คล้ายเวลาเราเป็นแผลแล้วมีเกล็ดเลือดมาสมาน แต่การสมานแผลนี้เป็นไปในทางที่ไม่ดี เนื่องจากไปขวางทางเดินของเลือด จึงเกิดการอุดตันภายในหลอดเลือดเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

การที่ก้อนไขมันภายในหลอดเลือดแตกและเกิดการอุดตัน นับเป็นเรื่องน่ากังวลไม่ใช่น้อย เมื่อเส้นเลือดเกิดอุดตันเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจ ส่วนนั้นๆ จะไม่มีเลือดเข้าไปเลี้ยง หัวใจจึงขาดเลือด ส่งผลให้เกิดปัญหา 2 ประการ  ข้อแรกคือ การบีบตัวของหัวใจลดลง ทําให้คนไข้ช็อกหรือมีภาวะน้ำท่วมปอดได้ ข้อสองคือ หัวใจจะเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง และนี่เป็นสาเหตุของภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ทําให้เสียชีวิตได้ แม้แต่นักกีฬาที่เห็นอยู่ว่าแข็งแรงดี  ก็สามารถเสียชีวิตด้วยภาวะนี้ได้

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

สัญญาณเตือนของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

  1. ปวดบริเวณหน้าอก การปวดแบบนี้จะมีอาการเหมือนกับมีก้อนหินหนักๆ อยู่ในอก และจะมีอาการบีบคั้นภายในอกอย่างรุนแรง
  2. เหงื่อแตก มักจะเป็นเหงื่อแบบเหนียวๆ
  3. การปวดหน้าอกจะลามไปถึงกราม คอ และแขนข้างซ้าย และก็อาจจะลามไปถึงสะบักด้านหลังและท้องได้ด้วย
  4. หายใจไม่ออก คลื่นไส้อาเจียน  

ใครเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

  • ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงและชอบอาหารมันๆ
  • ผู้ที่สูบบุหรี่จัด
  • ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
  • คนอ้วน และไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
  • เครียดง่าย และเครียดบ่อย
  • คนในครอบครัวของท่านมีประวัติเป็นโรคหัวใจมาก่อน
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

พฤติกรรมแบบไหนที่เสี่ยงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

  • อ้วน : บางครั้ง การปล่อยให้ตัวเองมีน้ำหนักที่เกินมาตรฐาน หรือจะเรียกให้เข้าใจว่าอ้วนนั้นแหละ ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ และเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการทำงานของหัวใจ มีสารพัดโรค ไม่ว่าจะเป็น โรคความดันโลหิตสูง , ไขมันในเลือดสูง , โรคเบาหวาน , โรคหัวใจ เป็นต้น มีสาเหตุมาจากการมีไขมันในเลือดสูง ส่งผลให้การไหลเวียนโลหิตติดขัด จนกระทั่งหัวใจขาดเลือดและเสียชีวิตอย่างกะทันหัน
  • รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง : อาหารจำพวก เบเกอรี่ , เค้ก , เนื้อสัตว์ติดมัน , ชีส , อาหารฟาสต์ฟู้ด , อาหารสำเร็จรูป หรืออาหารจำพวกปิ้งย่างทำให้เกิดการสะสมของไขมันในเลือดสูง  เรียกว่า คอเลสเตอรอล ซึ่งเจ้าไขมันชนิดนี้หากมีการสะสมมากก็จะไปอุดตันอยู่ในหลอดเลือดหัวใจ จนทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้
  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากจนเกินไป : หากร่างกายได้รับคาเฟอีนในจำนวนที่มากจนเกินไป อาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลของสารเกลือแร่ เสี่ยงต่อการเกิดอาการชักเกร็ง , หลังแอ่น , ปอดแฟบ , ความดันโลหิตพุ่งสูงอย่างเฉียบพลัน ทำให้หัวใจถูกบีบรัดมากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดภาวะหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจนถึงแก่ชีวิตได้ เพิ่มเติม ปริมาณคาเฟอีนที่เป็นอันตรายต่อร่างกายจะอยู่ที่ราว 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว หรือประมาณ 5,000 – 10,000 มิลลิกรัมในผู้ใหญ่ แต่ก็ขึ้นอยู่ที่ความสามารถในการขับคาเฟอีนจากร่างกายของแต่ละคนด้วย
  • ขาดการออกกำลังกาย : เมื่อไม่ออกกำลังกาย ก็จะเป็นที่มาของความอ้วน ซึ่งพออ้วนก็จะเสี่ยงต่อโรคไขมันในเลือดสูง , โรคความดันโลหิต และโรคเรื้อรังอื่นๆ อีกมาก หากไม่ออกกำลังกายเลย การทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตก็อาจไม่คล่องตัว เกิดเป็นตะกรันไขมันขึ้นมาเกาะตามผนังหลอดเลือด ส่งผลให้เลือดเดินทางไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้ไม่ดี ซ้ำร้ายกว่านั้น อาจเกิดภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด ทำให้หัวใจขาดเลือดได้
  • ออกกำลังกายมากเกินไป : ไม่ออกกำลังกายเลยก็ไม่ดี ออกกำลังกายมากไปก็ยิ่งไม่ดี เรื่องแบบนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นโรคหัวใจทั้งแบบรู้ตัว หรือไม่รู้ตัวก็ได้ หากออกกำลังกายมากจนเกินความพอดี ก็จะเป็นการไปเพิ่มภาระให้กับระบบหัวใจและปอดให้ต้องทำงานอย่างหนัก ไปจนกระทั่งสูญเสียความสามารถในการทำงาน และกล้ามเนื้อหัวใจก็ตายลงไปในที่สุด ฉะนั้น หากออกกำลังกายแล้วรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยมากจนหอบและพูดคุยไม่ได้แม้จะเป็นคำสั้นๆ แนะนำว่าให้ลดการออกกำลังกายลง (Cool Down) และหยุด จากนั้นให้นอนพัก อย่าฝืนออกกำลังกายต่อ ที่สำคัญมากๆ คือ อย่าหยุดออกกำลังกายกะทันหัน เพราะจะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้
  • ใช้สารเสพติด : พฤติกรรมที่ชอบเสพยาเสพติด อาทิ โคเคน , แอมเฟตามิน , อิฟีดริน หรือได้รับยาบางชนิดเกินขนาด ก็อาจส่งผลให้หลอดเลือดมีการหดตัวอย่างรุนแรง เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้เช่นกัน
  • ช็อก : การเกิดภาวะช็อก มีสาเหตุมาจากการสูญเสียเลือดในปริมาณมากๆ เช่น ผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุแล้วเสียเลือดมาก ส่งผลให้หัวใจไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยง หรือเกิดภาวะที่หัวใจขาดเลือด
  • สูบบุหรี่ : บุหรี่ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หลอดเลือดหัวใจเกิดการหดตัว มีการจับตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดหัวใจตับลงจนเกิดเป็นภาวะหัวใจขาดออกซิเจน เส้นเลือดหัวใจตีบจนทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ได้ เมื่อเป็นอย่างนั้นก็จะมีอาการจุกเสียด เจ็บหน้าอก อาการจะชัดเจนเมื่อออกกำลังกาย เกิดโอกาสเสี่ยงที่จะมีภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้อย่างไม่รู้ตัว
  • เสียใจอย่างหนัก สะเทือนใจอย่างรุนแรง : ความรู้สึกที่รุนแรงก็อาจส่งผลให้ถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน ซึ่งลักษณะเช่นนี้ทางการแพทย์จะเรียกว่า ภาวะหัวใจสลาย หรือชื่ออย่างเป็นทางการ คือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติทาโคสึโบะ โดยที่ภายในร่างกายของผู้ป่วยจะมีการหลังของฮอร์โมนความเครียดออกมามากกว่าปกติและเฉียบพลัน อีกทั้งยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อหัวใจและหลอดเลือด ที่อาจเกี่ยวกับภาวะที่หัวใจด้านซ้ายไม่สามารถทำงานได้อย่างปกตินอกจากนี้ อาการที่เกิดขึ้นก็ยังอาจมีส่วนเกี่ยวข้องมาจากสมองที่มีการหลังสารแคทีโคลามีน หรือสารสื่อประสาท อาทิ อีพินีฟริน , นอร์อีพิเนฟริน และโดพามีน ในขณะที่ผู้ป่วยมีความเครียดสูง หรือมีสิ่งที่มาทำให้เกิดความสะเทือนใจอย่างรุนแรง เหตุการณ์ตัวอย่าง เช่น สูญเสียคนรักอย่างกะทันหัน ไม่ว่าจะเป็น พ่อ , แม่ หรือญาติที่สนิท เหตุการณ์ต่อมา คือ เจอกับความผิดหวังที่ทำให้เสียใจอย่างหนัก ทำให้หลอดเลือดหัวใจเกร็งและแข็งตัว เลือดจึงไม่สามารถที่จะผ่านไปเลี้ยงหัวใจได้ และยิ่งหากเกิดเป็นเวลานาน หัวใจจะไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้ตามปกติ เป็นสาเหตุของภาวะหัวใจล้มเหลว และอาจร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
  • เครียดง่าย : ผู้ที่ต้องทำงานหนักๆ และมีความเครียดสูง นับเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติมากที่สุด เนื่องจากความเครียดจะเข้าไปกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ตลอดจนเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว ซึ่งเป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงมีไขมัน เกิดการอักเสบต่างๆ ตามผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดแดง เสี่ยงต่อภาวะหัวใจขาดเลือดได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเครียดมากๆ และมีความเครียดอยู่เป็นประจำ

บทความที่น่าสนใจกับ 5 ผลิตภัณฑ์ดูแลผม ที่จะเป็นตัวช่วยให้ผมดูสวยงามขึ้น และ ดอกไม้มงคล ที่คนนิยมปลูกไว้ในบ้าน