อาการ ”ปวดหลัง” ต้องรักษายังไง? เมื่อเพื่อนๆมีอาการ ”ปวดหลัง” จะต้องดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไร ถ้าหากเรามีอาการปวดหลังทั่วไป เราสามารถดูแลตัวเองได้โดย การลดการใช้งานกระดูกสันหลัง หรืออาจะกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดและการทำกายภาพเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการประคบร้อน การยืดกล้ามเนื้อในบริเวณที่เราปวด หลังจากที่เราดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วนั้นพบว่าอาการของเราไม่ดีขึ้น เราควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อที่จะเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม โดยที่การรักษาอาการปวดหลังนั้น จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

1.การรักษาอาการปวดหลังแบบไม่ผ่าตัด

อาการ ”ปวดหลัง” ต้องรักษายังไง?

การใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงหลัง การใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงหลังสำหรับอาการปวดหลัง มักมีประโยชน์ในระยะสั้น สามารถช่วยให้เรารู้สึกสบายมากขึ้น มีอาการปวดลดลง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สำหรับพยุงหลังในผู้ป่วยหลังผ่าตัดกระดูกสันหลังได้อีกด้วย

การรักษาด้วยยา ยาที่เหมาะสมในการรักษาอาการปวดหลังนั้น ได้แก่ ยาลดอาการปวดและการอักเสบของกล้ามเนื้อ  ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสำหรับลดอาการปวดจากปลายประสาท แต่การให้ยาในผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่ใช้ยาชนิดอื่นๆ อยู่เป็นประจำ อาจจะมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการรับประทานกลุ่มยาแก้ปวดด้วย

การทำกายภาพบำบัด เป็นหนึ่งเครื่องมือที่สำคัญในการรักษาโรคปวดหลังแบบไม่ผ่าตัด เช่น การประคบร้อน การบริหารกล้ามเนื้อที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดอาการปวดหลังในอนาคต

การทำหัตถการบริเวณกระดูกสันหลัง เช่น การฝังเข็ม การฉีดยาบล็อกกล้ามเนื้อ การฉีดยาบล็อกข้อต่อ การฉีดยาเข้าโพรงเส้นประสาท โดยประโยชน์ของการทำหัตถการ คือ ลดอาการปวด และช่วยยืนยันการวินิจฉัย
ซึ่งการทำหัตถการต่างๆ เหล่านี้ เป็นการรักษาโรคปวดหลังแบบไม่ผ่าตัดที่ได้ผลดี มีความเสี่ยงน้อย

2.การรักษาแบบผ่าตัด

การรักษาแบบผ่าตัด

การรักษาอาการปวดหลังด้วยวิธีการผ่าตัด จะต้องพิจารณาผ่าตัดในผู้ป่วยที่อาการไม่ทุเลาจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นเวลาอย่างน้อย 6-12 สัปดาห์ หรือในผู้ป่วยที่มีการทำงานของเส้นประสาทที่เสียไป เช่น กล้ามเนื้อลีบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง การทำงานของกล้ามเนื้อหูรูดควบคุมการขับถ่ายเสียไป การรรักษาแบบผ่าตัดนั้น มีทางเลือกแบ่งออกเป็น 2 กรณีการผ่าตัดเพื่อระบายโพรงเส้นประสาท  เป็นการผ่าตัดเพื่อระบาย เส้นประสาทที่ถูกกดทับ โดยการผ่าตัดนำสิ่งที่กดทับเส้นประสาทออกจากสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบลง เช่น โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ เป็นการผ่าตัดแบบไม่ต้องใส่เหล็กเพื่อยึดกระดูกสันหลัง หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยจะสามารถเคลื่อนไหวกระดูกสันหลังปล้องนั้นๆ ได้ตามปกติ

1.การผ่าตัดเพื่อระบายโพรงประสาทและเชื่อมข้อ  

เป็นการผ่าตัดเพื่อระบาย เส้นประสาทที่ถูกกดทับและใส่เหล็กเชื่อมข้อกระดูกสันหลังเข้าด้วยกัน การผ่าตัดวิธีนี้ เป็นการผ่าตัดที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังจากโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ และมีความไม่มั่นคง ของกระดูกสันหลังปล้องนั้นๆ  เช่น มีความผิดรูปของกระดูกสันหลัง กระดูกสันหลังเคลื่อน หลังคด หรือหลังโก่งผิดรูป เป็นต้น

2.การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัด

ผู้ป่วยแต่ละรายนนั้นมีความสามรถในการฟื้นตัวที่ไม่เหมือนกัน และอาจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยส่วนตัว หรือผู้ป่วยอาจจะมีโรคประจำตัว ความรุนแรงของอาการ ความสามารถในการทำกิจกรรม หรือกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ปัจจัยในส่วนของแพทย์ที่ทำการผ่าตัด เช่น เทคนิคการผ่าตัด ความชำนาญ การควบคุมอาการปวดหลังผ่าตัด มีดังนี้

การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัด
  1. การทำกายภาพบำบัด   การทำให้ผู้ป่วยให้มีความพร้อมกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เช่น การฝึกการเคลื่อนไหว เปลี่ยนอิริยาบถด้วยวิธีที่ถูกต้อง การฝึกเพิ่มความยืนหยุ่น ฝึกความแข็งแรง กล้ามเนื้อหลังและขา รวมถึงการฝึกการเปลี่ยนท่าทางในชีวิตประจำวัน เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุหรือล้มหลังการผ่าตัด
  2. การยืดกล้ามเนื้อน่องโดยนักกายภาพบำบัด ทำได้ด้วยการจับบริเวณข้อเท้า และใช้แขนดันให้ข้อเท้ากระดกขึ้นเบาๆ ยืดค้างไว้ 10 วินาที และทำซ้ำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
  3. ท่าออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว โดยให้ผู้ป่วยนอนหงาย ชันเข่าขึ้น ทั้งสองข้าง และเกร็งหน้าท้อง กดหลังลงให้ติดเตียงพร้อมกับขมิบก้นค้างไว้ 5-10 วินาที และทำซ้ำไปเรื่อย ๆ
  4. ท่าออกกำลังกายกล้ามเนื้อเข่า  ให้ผู้ป่วยนอนหงาย เกร็งเข่ากดลง อาจใช้มือนักกายภาพบำบัดหรือหมอนรองใต้เข่าแล้วกดลงค้างไว 5-10 วินาทีทำซ้ำ 10-20 ครั้งต่อวัน
  5. การพลิกคะแคงตัวหลังผ่าตัด ผู้ป่วยชันเขาด้านตรงข้าม แล้วพลิกตะแคง โดยพลิกทั้งตัวพร้อมกันก้นไม่บิดตัว ลักษณะเหมือนท่อนไม้
  6. การฝึกลุกจากท่านั่งไปในยืน โดยใช้ walker ช่วยประคองมือ 2 ข้างกด walker หลังตรง เท้า 2 ข้างวางห่างกันพอสมควร ถ่ายน้ำหนักมาที่เท้า 2 ข้าง เกร็งเข่าและสะโพกเพื่อยืดตัวตรงขึ้น โดยไม่ก้มหลัง
  7. การฝึกเดิน ขณะก้าวเดิน มือ 2 ข้าง กด walker ก้าวเท้าทีละก้าวไปใน walker กดน้ำหนักลงที่มือ 2 ข้างเพื่อประคองตัว เมื่อทรงตัวได้ดีขึ้น จึงค่อยๆ กด walker น้อยลง

อย่างไรก็ตามเมื่อเพื่อนๆ หรือคนรอบตัวมีอาการ ”ปวดหลัง”  และอยากที่จะเข้ารับการรักษาด้วย อาการ ”ปวดหลัง” ต้องรักษายังไง? และวิธีการที่กล่าวมานั้น เพื่อนๆ ก็สามารถปรึกษาแพทย์  เพื่อที่จะเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี เพราะถ้าเรามีอาการค่อนข้างหนักและไม่ได้เข้ารับการรักษาก็อาจะเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมาได้

วันนี้เราอยากแนะนำ สัตวน์น่าเลี้ยง สัตว์สุดแปลก ที่คนไทยชอบเลี้ยงกัน ซึ่งสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนอยู่คู่กับมนุษย์มานาน โดยเฉพาะหมาและแมว ที่ไม่ว่าบ้านไหนก็มักจะเลี้ยงเป็นเพื่อนคู่ใจ และปัจจุบันก็แนวโน้มในคนยุคใหม่ มีทีท่าว่าจะเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น ไปดูกันดีกว่าค่ะ

สำหรับ ผู้ป่วยโรคไต กับอาหารที่ควร-ไม่ควรรับประทานนั้น เพราะไม่ว่าจะทานอะไรก็ต้องมีความระมัดระวัง ซึ่งในแต่ละวันนั้นควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และระมัดระวังในการเลือกชนิดอาหาร วันนี้เราได้นำอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต มาฝากกันค่ะ